ใครที่เคยดูภาพยนตร์ Lethal Weapon ในยุค 80-90 คงจำคู่หูมิตรภาพสุดป่วนของริกส์และเมอร์ทอฟได้ดี และเมื่อซีรีส์โทรทัศน์ฉบับรีบูทออกอากาศในปี 2016 หลายคนคงกังขาว่าจะทำออกมาได้ดีเท่าต้นฉบับหรือไม่ แต่หลังจากรับชมครบทั้ง 3 ซีซั่น เราขอบอกเลยว่า คู่มหากาฬ ซ่าส์สะท้านเมือง คือซีรีส์ตำรวจคู่หูที่ครบเครื่องทั้งแอ็กชั่น ดราม่า และคอมเมดี้ เหมาะสำหรับคนที่ชอบดูอะไรเบาสมองแต่ไม่ไร้สาระ
เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
ซีรีส์ดำเนินเรื่องตามโครงเดียวกับภาพยนตร์ โดยมีตัวละครหลักคือ มาร์ติน ริกส์ (เคลย์น ครอว์ฟอร์ด) อดีตหน่วยซีลที่เพิ่งสูญเสียภรรยาและลูกในครรภ์ ทำให้เขามีพฤติกรรมหวาดเสียวและไม่สนใจความปลอดภัยของตัวเอง ขณะเดียวกัน โรเจอร์ เมอร์ทอฟ (เดมอน เวย์นส์) เป็นตำรวจวัยใกล้เกษียณที่รักครอบครัวและพยายามใช้ชีวิตอย่างสงบ แต่กลับถูกจับคู่กับริกส์โดยไม่ตั้งใจ ภารกิจแรกของทั้งคู่คือการสืบสวนคดีฆาตกรรมที่นำไปสู่เครือข่ายอาชญากรรมใหญ่โต ซึ่งบีบให้พวกเขาต้องเรียนรู้ที่จะทำงานร่วมกัน แม้จะมีบุคลิกตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิง
ในแต่ละตอนจะเล่าเรื่องคดีแบบจบในตอน (case-of-the-week) ผสมกับปมใหญ่ที่ดำเนินต่อเนื่องตลอดซีซั่น เนื้อเรื่องเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะเมื่อตัวละครต้องเผชิญกับศัตรูเก่าจากอดีตของริกส์ หรือเมื่อชีวิตครอบครัวของเมอร์ทอฟตกอยู่ในอันตราย ซีรีส์สามารถรักษาสมดุลระหว่างความตื่นเต้นของคดีและความสัมพันธ์ของตัวละครได้ดี
งานการแสดงและตัวละคร
หัวใจของซีรีส์เรื่องนี้อยู่ที่เคมีของสองนักแสดงนำ เดมอน เวย์นส์ ในบทเมอร์ทอฟ ถ่ายทอดความเครียดและอารมณ์ขันแบบแห้ง ๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ เขาคือเสาหลักที่ทำให้คนดูรู้สึกปลอดภัยและขำไปกับมุกตลกของเขา ขณะที่ เคลย์น ครอว์ฟอร์ด ในบทริกส์ ก็ทำการบ้านมาดีมาก เขาสื่อถึงความเจ็บปวด ความบ้าคลั่ง และความเปราะบางของตัวละครได้อย่างน่าเชื่อถือ การแสดงของทั้งคู่เข้ากันได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้เราอินกับมิตรภาพที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น
อย่างไรก็ตาม หลังจบซีซั่นที่ 2 ครอว์ฟอร์ดถูกปลดออกจากซีรีส์เนื่องจากปัญหาความขัดแย้งในกองถ่าย และถูกแทนที่โดย ฌอน วิลเลียม สก็อตต์ ในบท เวสลีย์ โคล ในซีซั่น 3 สก็อตต์ทำหน้าที่ได้ดีในฐานะคู่หูคนใหม่ แต่เคมีกับเวย์นส์ยังไม่สนิทเท่ารุ่นก่อน ทำให้ซีซั่นสุดท้ายขาดเสน่ห์บางอย่างไปเล็กน้อย ด้านนักแสดงสมทบอย่าง คีชา ชาร์ป (ทริช เมอร์ทอฟ) และ เควิน ราห์ม (บรูคส์ เอเวอรี่) ก็ช่วยเสริมสีสันให้เรื่องราวสมจริงยิ่งขึ้น
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
ในฐานะซีรีส์แนวบู๊แอ็กชั่น คู่มหากาฬ ซ่าส์สะท้านเมือง ไม่ทำให้ผิดหวัง ฉากไล่ล่า ต่อสู้ และยิงกันถูกถ่ายทอดออกมาได้มันส์และลื่นไหล ใช้เทคนิคกล้องที่หลากหลาย เช่น กล้องมือถือในฉากไล่ล่าเพื่อเพิ่มความสมจริง หรือมุมสูงในฉากแอ็กชั่นใหญ่ ซึ่งทำได้ดีเทียบเท่าภาพยนตร์เลยทีเดียว
ดนตรีประกอบโดย นาธาน แบลนชาร์ด (จาก The Bridge) มีกลิ่นอายของดนตรีฟังก์และร็อคที่เข้ากับบรรยากาศของลอสแอนเจลิสได้ดี โดยเฉพาะเพลงไตเติ้ลที่ใช้เพลง “Lethal Weapon” ต้นฉบับจากภาพยนตร์ ซึ่งช่วยสร้างความรู้สึกคิดถึงและเชื่อมโยงกับแฟนเก่าได้เป็นอย่างดี
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
สิ่งที่ทำให้ซีรีส์นี้โดดเด่นคือการพัฒนาเรื่องราวของตัวละครริกส์ที่ต้องเผชิญกับภาวะซึมเศร้าและความคิดฆ่าตัวตาย ซึ่งถูกนำเสนออย่างจริงจังและละเอียดอ่อน ขณะเดียวกันก็ไม่ทิ้งอารมณ์ขันแบบฉบับของ Lethal Weapon การที่ริกส์มีปมบาดแผลทางใจทำให้การกระทำเสี่ยงตายของเขามีเหตุผลรองรับ ไม่ใช่แค่การแสดงความบ้าระห่ำเปล่า ๆ
จุดแข็งอีกอย่างคือการสร้างสมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวและอาชีพของตัวละคร โดยเฉพาะครอบครัวเมอร์ทอฟที่ถูกเขียนให้มีบทบาทสำคัญ ไม่ใช่แค่ตัวประกอบ ทำให้คนดูผูกพันและกังวลเมื่อพวกเขาตกอยู่ในอันตราย อย่างไรก็ตาม ด้วยจำนวนตอนที่มากถึง 55 ตอน อาจมีบางตอนที่เนื้อเรื่องซ้ำซากหรือยืดเยื้อ โดยเฉพาะในซีซั่นกลาง ๆ ที่รู้สึกเหมือนเดิมพันไม่สูงเท่าไร
นอกจากนี้ การเปลี่ยนตัวนักแสดงนำในซีซั่น 3 แม้จะทำได้ดี แต่ก็ทำให้ทิศทางของซีรีส์เปลี่ยนไป และอาจเป็นสาเหตุให้ซีรีส์ถูกยกเลิกหลังจบซีซั่น 3 โดยไม่มีการปิดเรื่องที่ชัดเจนนัก ซึ่งน่าเสียดายเพราะซีรีส์ยังมีศักยภาพที่จะไปต่อได้
สรุป
หากคุณเป็นแฟนหนังต้นฉบับหรือชอบซีรีส์ตำรวจคู่หูที่สนุกทั้งบู๊และขำ Lethal Weapon เวอร์ชันซีรีส์คือตัวเลือกที่ดี แม้ซีซั่นท้ายจะสะดุดบ้าง แต่โดยรวมแล้วเป็นซีรีส์ที่ดูเพลิน ๆ ได้ทั้งครอบครัว ควรค่าแก่การรับชม โดยเฉพาะสองซีซั่นแรกที่ทำได้ดีเยี่ยม
ภาพจากหนัง
👍 จุดเด่น
- +เคมีของสองนักแสดงนำในซีซั่น 1-2 เข้ากันอย่างยอดเยี่ยม
- +ฉากแอ็กชั่นมันส์ ระดับเดียวกับภาพยนตร์
- +มีทั้งอารมณ์ขันและดราม่าที่ลงตัว
👎 จุดด้อย
- −การเปลี่ยนตัวนักแสดงในซีซั่น 3 ทำให้เคมีเปลี่ยนไป
- −บางตอนในซีซั่นหลังเนื้อเรื่องซ้ำซาก
- −ซีรีส์จบแบบไม่ชัดเจน ยังมีปมค้าง
นักแสดงนำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ซีรีส์มีเนื้อเรื่องที่ขยายความสัมพันธ์ของตัวละครมากขึ้น โดยเฉพาะครอบครัวเมอร์ทอฟ และเพิ่มปมดราม่าของริกส์ที่ลึกซึ้งกว่า ส่วนโครงเรื่องคดีก็มีทั้งแบบจบในตอนและปมใหญ่ที่ดำเนินต่อเนื่อง
มีรายงานว่าเคลย์น ครอว์ฟอร์ดมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในกองถ่ายหลายครั้ง เช่น การทะเลาะกับเพื่อนนักแสดงและการสร้างบรรยากาศเป็นพิษ ทำให้ทางผู้ผลิตตัดสินใจปลดเขาออกจากซีรีส์หลังจบซีซั่น 2
มีทั้งหมด 3 ซีซั่น 55 ตอน โดยซีซั่น 3 เป็นซีซั่นสุดท้ายที่ถูกยกเลิกก่อนเวลาอันควร ทำให้เนื้อเรื่องยังไม่ปิดประเด็นสำคัญหลายจุด